บทนำสั้น ๆ
Price Action คือการวิเคราะห์และตัดสินใจเทรดโดยอาศัยการเคลื่อนไหวของราคา (แท่งเทียน, โครงสร้างราคา, แนวรับ-แนวต้าน ฯลฯ) เป็นหลัก โดยไม่ต้องพึ่งพา indicator เชิงเทคนิคมากเกินไป นักเทรดแบบ Price Action อ่านสัญญาณจากรูปแบบของราคาเอง เช่น การปิดแท่ง การเกิด wick, swing high/low, pattern reversal และระดับสภาพคล่อง
ทำไม Price Action ถึงสำคัญ
- ราคาเป็นข้อมูลรวมของความเชื่อและคำสั่งซื้อ/ขายทั้งหมดในตลาด — ข้อมูลนี้สะท้อนพฤติกรรมของผู้เล่นใหญ่และรายย่อย
- การอ่าน price action ช่วยให้เราเข้าใจ “สิ่งที่ตลาดกำลังทำจริง ๆ” มากกว่าการตามสัญญาณจาก indicator ที่อาจล่าช้า
- ยืดหยุ่นใช้ได้ทั้งในสภาวะ trending และ ranging เมื่ออ่านให้เป็น
องค์ประกอบพื้นฐานที่ต้องรู้
1. แท่งเทียน (Candlesticks)
- body, wick (shadow), open, close, high, low — รายละเอียดเหล่านี้บอกแรงซื้อแรงขายในแต่ละแท่ง
- รูปแบบเช่น pin bar (long wick), engulfing, doji ให้สัญญาณ reversal/indecision
2. สวิง (Swing High / Swing Low)
- จุดสูงสุด/ต่ำสุดในช่วงเวลา ใช้กำหนดโครงสร้างตลาด (Market Structure)
3. โครงสร้างตลาด (Market Structure)
- Uptrend: higher highs & higher lows
- Downtrend: lower lows & lower highs
- การทำลายโครงสร้าง (Break of Structure, BOS) มักบอกการเปลี่ยนเทรนด์
4. แนวรับ-แนวต้าน (Support / Resistance)
- ระดับที่ราคาเคยหยุดหรือกลับทิศ ใช้เป็นเป้าทดสอบหรือจุดตั้ง SL/TP
5. Supply & Demand / Order Blocks
- โซนที่มีการสะสม/แจกจ่ายตำแหน่งขนาดใหญ่—เมื่อราคกลับมาทดสอบมักให้ reaction ที่เด่น
6. Liquidity (แหล่งสภาพคล่อง)
- บริเวณที่มี stop orders รออยู่ (เช่น เหนือ swing high หรือใต้ swing low) — สถาบันมักจะ “กวาด” liquidity ก่อน reversal
กระบวนการอ่านกราฟ (Practical Step-by-step)
- Top-down analysis: เริ่มจาก Timeframe ใหญ่ (Daily → 4H) เพื่อกำหนด trend หลัก
- Identify structure: หา swing high/low และดูว่าโครงสร้างเป็น up/down/sideways
- Mark key zones: ระบุ supply/demand, support/resistance, order blocks, fair value gaps (ถ้ามี)
- Smart Money Concept : SMC จะมาช่วยเรา identify zone ในการอ่านกราฟ
- Wait for price reaction: รอการกลับมาทดสอบ (retest) และหาสัญญาณ confirmation (wick rejection, engulfing)
- Entry & risk: เข้าเมื่อมี confirmation ตั้ง SL ให้สอดคล้องกับโครงสร้าง (ใต้/เหนือ zone) และกำหนด sizing ตาม risk per trade
- Manage trade: ปรับ SL เป็น break-even เมื่อเหมาะสม, ใช้ partial take profit ถ้าต้องการล็อกกำไร
ตัวอย่าง Setup ที่นิยม (ตัวอย่างจริง)
- Pullback to support in an uptrend — รอ bullish rejection (pin bar / bullish engulfing) ก่อนเข้า long
- Order Block retest — ระบุ OB จาก timeframe ใหญ่ รอ price กลับมาทดสอบ แล้วหา rejection เพื่อเข้าเทรด ดูใน smartmoneyconcept SMC
- Liquidity sweep + reversal — เมื่อเห็น price ถูกดึงไปกวาด liquidity (wick spike) แล้วกลับทิศ หากมี confirmation เข้า contra-trend แบบมีเหตุผล
การตั้ง Stop Loss / Take Profit
- ตั้ง SL ให้สอดคล้องกับโครงสร้าง (เช่น ใต้ swing low ใน long trade)
- TP ตั้งที่ระดับ supply/previous high หรือใช้ reward:risk ที่ชัดเจน (1:2, 1:3 ฯลฯ)
- พิจารณา partial TP เพื่อลดความเสี่ยงหากเคลื่อนไหวแรง
Risk Management & Psychology
- Risk per trade แนะนำไม่เกิน 1–2% ของพอร์ต (หรือปรับลงเมื่อต้องสอบกองทุน)
- มี daily loss limit เพื่อหยุดเมื่ออารมณ์ไม่ดี
- Trading journal สำคัญ: บันทึกเหตุผลเข้า-ออก อารมณ์ และบทเรียนจากแต่ละ trade
ข้อดีข้อจำกัดของ Price Action
- ข้อดี: เข้าใจตลาดจริง ๆ, ยืดหยุ่น, ไม่พึ่ง indicator มากเกินไป , สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับกลยุทธ์อื่นๆ ได้ เช่น SMC
- ข้อจำกัด: ต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝน, การตีความบางครั้งมีความ subjective, ช่วงที่มี noise มากอาจทำให้ false signals เกิดบ่อย
วิธีฝึกฝนให้ชำนาญ
- ดูกราฟเยอะ ๆ ฝึกวาด swing, zones, order blocks เป็นกิจวัตร
- Backtest rules และเก็บสถิติ (win rate, expectancy, max drawdown)
- Forward test ใน demo ให้เป็นระบบก่อนลงเงินจริง
- ทำ journal วิเคราะห์ข้อผิดพลาดทางเทคนิคและจิตวิทยา
สรุปสั้น ๆ
Price Action คือทักษะการอ่านพฤติกรรมราคาเพื่อหาจุดเข้า-ออกที่มีความได้เปรียบ มันเกี่ยวกับการเข้าใจโครงสร้างตลาด supply/demand และการตอบสนองของราคา ทั้งนี้เราอาจจะใช้กลยุทธ์ Smart Money Concept เข้ามาช่วยในการฝึกฝน และทำการจดบันทึก และการจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้ Price Action ให้ได้ผล






